คุณสมบัติแบบไหน ที่องค์กรระดับโลกมองหา

ยุคนี้เป็นยุคที่มีการแข่งขันสูงในแทบทุกอุตสาหกรรม ทำให้องค์กรไม่ได้ต้องการแค่คนที่เชี่ยวชาญในทักษะเฉพาะทางเพียงอย่างเดียว เพราะการจะทำให้องค์กรไปข้างหน้าได้ในยุคนี้ คนในองค์กรยังต้องมีทักษะจำเป็นอีกหลายประการ

อริญญา เถลิงศรี Chief Capability Officer & Managing Director – SEAC ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “พนักงานที่เก่งรอบด้านหรือเป็น T-shaped employees เป็นที่ต้องการในตลาดการทำงานอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะปัจจุบันการเรียนรู้ทักษะดังกล่าวเพื่อพัฒนาตนเองทั้งเชิงลึกและกว้างกำลังมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ กล่าวคือพนักงานที่ไม่ได้มีแค่เพียงทักษะความชำนาญเฉพาะด้านเท่านั้น แต่ยังรู้กว้างขวาง รู้หลายด้าน สามารถผนวกองค์ความรู้และทักษะต่างๆ เข้ากันได้ดี บริษัทที่มีคนในลักษณะ “T-shaped people” อยู่มาก จะยิ่งคว้าโอกาสได้ทันที แก้ปัญหาต่างๆ ได้ทันการ และสามารถช่วยยกระดับองค์กรให้มองได้กว้างขึ้น”

แล้วคนแบบไหนที่ CEO ระดับโลกมองหาและต้องการ ในยุคนี้ ? ลองมาดูตัวอย่างกันว่า CEO ของบริษัทระดับโลกเหล่านี้ ต้องการคนแบบไหนมาร่วมองค์กร

  1. แจ็ก หม่า อดีตผู้บริหาร ของ Alibaba

คุณสมบัติของพนักงานที่เขามองหา คือ คนที่คิดบวก แจ็ก หม่า ต้องการคนที่มองโลกในแง่ดี เพราะการมองโลกในแง่ดีหรือสามารถหามุมมองแง่บวกได้ จะทำให้สามารถมองปัญหาเป็นความท้าทาย และทำให้อุปสรรคกลายเป็นโอกาสได้ ดังนั้น ถ้ามีคนที่มีความเก่งเท่า ๆ กันเข้ามา แต่มีคนใดคนหนึ่งมีมุมคิดในแง่บวกมากกว่า เขาจะให้คะแนนที่มากกว่า กับคนที่คิดบวกกว่าคนนั้น คุณสมบัติที่ แจ็ก หม่า ต้องการข้อนี้ตรงกับทักษะ “Growth Mindset”  ซึ่งก็คือ คนที่มีทักษะการมองปัญหา ให้กลายเป็นความท้าทาย และรักในการพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้น

  1. อีลอน มัสก์ CEO ของ Tesla และ SpaceX

คุณสมบัติของพนักงานที่เขามองหา คือ ผู้สมัครที่รู้ความสามารถตัวเอง และรู้เป้าหมายขององค์กร อีลอน มัสก์ จะมีคำถามสัมภาษณ์ผู้สมัคร เพื่อที่จะทดสอบว่า ตัวผู้สมัครรู้ความสามารถของตัวเองและเป้าหมายขององค์กร มากน้อยแค่ไหน

โดยที่เขาจะถามผู้สมัครว่า “คุณคิดว่าคุณเหมาะสมแค่ไหนในการเข้ามาช่วยสร้างบริษัทของเรา ? และทำไมผมถึงควรเชื่อใจคุณ ? ” คำถามนี้ อีลอน มัสก์ ต้องการถามเพื่อดูว่า พนักงานที่มาสมัครทำงานกับองค์กรของเขา มีความเข้าใจในความสามารถของตัวเองแค่ไหน

และที่สำคัญคือ จะเอาความสามารถนั้น มาปรับใช้กับการทำงานในองค์กรได้อย่างไร ซึ่งหากเขาเห็นว่าพนักงานเข้าใจตัวเอง เข้าใจเป้าหมายขององค์กร และมองเห็นภาพได้ว่าจะเดินไปด้วยกันได้อย่างไร ก็มีแนวโน้มว่า ผู้สมัครจะมีทิศทางในการทำงานที่ไปกับองค์กรได้ คุณสมบัติที่ อีลอน มัสก์ ต้องการในข้อนี้ ตรงกับทักษะ “Self-Awareness” ซึ่งก็คือ การรู้และเข้าใจความต้องการหรือความสามารถตัวเอง และยังตรงกับทักษะ Outward Mindset ซึ่งก็คือ การรู้และเข้าใจความต้องการของคนอื่น ๆ  นั่นก็คือ ทีมงานและองค์กร

  1. รีด ฮาสติงส์ CEO ของ Netflix

คุณสมบัติของพนักงานที่เขามองหา คือ คนที่รับมือกับความล้มเหลวได้ดี รีด ฮาสติงส์ ต้องการคนที่รับมือกับความล้มเหลวได้ดี เมื่อล้มแล้วต้องลุกได้ไว และสามารถถอดบทเรียน หรือเรียนรู้จากสิ่งที่ล้มเหลวได้ด้วย โดยเขาจะถามผู้สมัครว่า “คุณทำอย่างไรเมื่อเผชิญหน้ากับความล้มเหลว และคุณได้บทเรียนอะไรบ้างจากการล้มเหลวในครั้งนั้น ?” เพราะยุคนี้ทุกอย่างนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งปัจจัยจากความต้องการของตลาด หรือความสามารถของคู่แข่ง ที่อาจทำให้โปรเจกต์ที่คิดและวางแผนมาอย่างดีในวันนี้ อาจจะต้องถูกรื้อหรือถูกปรับเปลี่ยนในวันพรุ่งนี้ก็ได้ คุณสมบัติที่รีด ฮาสติงส์ต้องการในข้อนี้ ตรงกับทักษะ “Resilience” ซึ่งก็คือ ทักษะความยืดหยุ่นสูง เวลาที่ล้มก็จะลุกได้ไว แล้วสามารถเรียนรู้และปรับตัวได้เร็ว

คุณสมบัติที่ CEO เหล่านี้ต้องการ เรียกว่า Essential Skill ซึ่งเป็นทักษะสำคัญมากในศตวรรษนี้ เพราะจะช่วยให้คนในทีมทำงานร่วมกันได้ง่ายขึ้น และพาองค์กรไปข้างหน้าได้ ซึ่งทักษะจำเป็นเหล่านี้ ยังสามารถดึงเอาจุดแข็งของทุกคนออกมา เพื่อทำให้องค์กรพัฒนา และก้าวไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแรง..

 214 ยอดชมทั้งหมด,  2 ยอดชมวันนี้

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

บทความอื่นๆ

“YourNextU School of Life” รีแบรนด์ครั้งใหญ่ จัดทัพผู้บริหารใหม่ เปิดตัวแคมเปญ “เพราะทุกเบื้องหลังความสำเร็จ คือทักษะการใช้ชีวิตที่ดี” ตั้งเป้าโต 10 เท่าใน 3 ปี เป็น “ศูนย์รวมวิชาชีวิต” ให้คนไทยเก่งในชีวิตจริง

ให้ลูกรู้จัก “เปิดโอกาสให้ตัวเอง” เรียนรู้ Growth Mindset สำคัญต่อชีวิตแค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

“YourNextU School of Life” รีแบรนด์ครั้งใหญ่ จัดทัพผู้บริหารใหม่ เปิดตัวแคมเปญ “เพราะทุกเบื้องหลังความสำเร็จ คือทักษะการใช้ชีวิตที่ดี” ตั้งเป้าโต 10 เท่าใน 3 ปี เป็น “ศูนย์รวมวิชาชีวิต” ให้คนไทยเก่งในชีวิตจริง