YourNexU YourNexU
วิธีสังเกตและรักษาอาการ “ไวรัส” ในอารมณ์  (Anger Management) วิธีสังเกตและรักษาอาการ “ไวรัส” ในอารมณ์  (Anger Management)

Lifelong Learning / June 4, 2020

วิธีสังเกตและรักษาอาการ “ไวรัส” ในอารมณ์ (Anger Management)

ขณะที่ไวรัส COVID-19 ยังอยู่ระหว่างการคิดค้นวัคซีนในการรักษา แต่อารมณ์โกรธของคนเรามี “วัคซีน ป้องกันได้นะ ลองดูเช็ลิสต์ต่อไปนี้ว่าเราเข้าข่ายมีปัญหาในการควบคุมอารมณ์หรือไม่ แล้วไปดูกันว่ามีวัคซีนอะไรที่จะป้องกันได้บ้าง 

 

สังเกตซิว่าเรามีอาการแบบนี้หรือเปล่านะ 

  • วลาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือของมึนเมาอื่น ๆ แล้วโกรธง่ายหรือมีอารมณ์รุนแรง 
  • ไม่ค่อยจะประนีประนอมหรือยอมอะไรง่ายๆ โดยที่ไม่โกรธ   
  • ควบคุมการแสดงอารมณ์ไม่ค่อยได้ 
  • ไม่ชอบพูดคุยกับคนอื่น 
  • เก็บกด เคยคิดอยากทำร้ายตัวเอง 
  • แสดงอารมณ์เกรี้ยวกราด เช่น ตะโกน สบถ หรือมีการกระทำรุนแรง ข่มขู่ผู้อื่น 
  • มีการเสพติดสารเสพติด  
  • มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงซ้ำ ๆ ที่อาจกระทบต่อความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง 

 

ัคซีน” ป้องกัน ไวรัส ในอารมณ์ 

 

วัคซีนโดสที่  1: ทำความเข้าใจต้นเหตุของความโกรธ 

สิ่งสำคัญอย่างแรกคือ ทำความเข้าใจกับอารมณ์โกรธของเราว่าที่จริงแล้วมันมาจากอะไร เช่น มาจากความกลัว ความอาย หรืออารมณ์ไหนกันแน่ ซึ่งทันทีที่เรารู้ว่ามันคืออะไร การจัดการกับมันก็จะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาก  

 

วัคซีนโดสที่ 2: เข้าใจสัญญาณและตัวกระตุ้น 

ทำความเข้าใจกับสัญญาณและตัวกระตุ้นที่จะทำให้เราโกรธ 

การจับสัญญาณโกรธนั้นไม่ยาก ให้ลองสังเกตตัวเองด บางคนอาจมีอาการหัวใจเต้นแรง บางคนอาจจะหายใจแรง หรือมีอาการตึงเครียดตามกล้ามเนื้อต่าง  เช่น อาจจะกำมือเมื่อโกรธ 

เมื่อรู้และจับสัญญาณตัวเองได้แล้ว จากนั้นคือการค้นหาตัวกระตุ้นที่มักจะทำให้เราโกรธ ซึ่งแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน อาจเกิดจากคนบางคนหรือบางสถานที่ ที่ทำให้เราเครียด และเป็นตัวกระตุ้นต่อมความโกรธของเราได้  

หรือบางครั้งอาจจะเกิดจากความคิดด้านลบอะไรบางอย่างที่เราฝังใจ เราต้องระวังว่าเมื่อไหร่ที่เริ่มเกิดอาการ “เหมารวมไว้ก่อน หรือ “ด่วนสรุป” กับอะไรบางอย่าง นั่นอาจจะเป็นสัญญาณของความโกรธ (เช่น ถ้าเราฝังใจว่าคนกรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้ขับรถกันแย่มาก เวลามีเหตุอะไรที่ส่อไปทางนั้นขึ้นมา เราก็อาจจะเกิดอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมาทันที) 

 

วัคซีนโดสที่ 3: เรียนรู้วิธีในการลดอารมณ์โกรธ 

เมื่อเราจับสัญญาณและสิ่งเร้าได้แล้ว เราสามารถใช้เทคนิคเหล่านี้เพื่อลดความโกรธของเราลงมาให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ 

  • ตั้งสติ หายใจช้  ละพยายามผ่อนคลาย 

เมื่อรู้สึกโกรธให้ลองแยกตัวเองออกมาอยู่คนเดียวสัก  15 นาที โดยพยายามผ่อนคลายหายใจเข้า หายใจออกลึก  ช้  3 - 4  ครั้ง เวลาหายใจเข้าให้นับเลข 1 - 4 ช้า  หายใจออกนับ  1 - ช้า   โฟกัสที่ลมหายใจในขณะที่มันวิ่งผ่านเข้า - ออก  วิธีนี้จะว่าไปก็คล้ายกับการเจริญสมาธิตามแนวพุทธของเรา ซึ่งถ้าใครสามารถทำได้ก็น่าจะได้ผลเช่นกัน 

  • สังเกตดูปฏิกิริยาตอบสนองในร่างกาย 

ใช้เวลาดูปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย เช่น การหายใจ และอัตราการเต้นของหัวใจ  

  • นับ 1 ถึง 10 ช้า  

นับ  ถึง  10 ช้า  จะนับดัง  หรือนับในใจได้ไม่ว่ากัน จะช่วยเราชะลอการระเบิดอารมณ์โต้กลับในทันทีได้  

  • ยืดตัว หรือผ่อนคลายร่างกาย 

เมื่อเราโกรธ ร่างกายเรามักจะเกิดอาการตึงเครียดตามไปด้วย การค่อย  ยืดหรือผ่อนคลายอวัยวะบางส่วนในตัวเราจะสามารถช่วยให้สงบสติอารมณ์ลงไปได้  

 

วัคซีนโดสที่ 4: หาช่องทางอื่นในการระบายความโกรธ 

บางครั้งเราก็จำเป็นต้องระบายความรู้สึกของเราเหมือนกัน แต่เราควรจะหาช่องทางที่เหมาะสม ช่น ลองร่างเขียนสิ่งที่เราจะพูดออกมา ลองโฟกัสวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแทนที่จะนั่งหาต้นตอของปัญหา หรือ การคิดถึงเรื่องสนุก ๆ ตลก  ก็จะสามารถช่วยเราสงบอารมณ์ของเราลงไปได้ 

 

วัคซีนโดสที่ 5: รักษาสุขภาพจิตและสุขภาพกายให้ดีอยู่เสมอ 

การควบคุมอารมณ์จะทำได้ดีขึ้น หากเรามีสุขภาพกายและใจที่ดี เราจึงควรหมั่นออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ  

 

เช่นเดียวกับไวรัสร้าย อารมณ์ร้าย  องเราก็สามารถแพร่เชื้อไปถึงคนรอบข้างได้เช่นกัน  

การบริหารอารมณ์และความโกรธจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญในยุคนี้ ที่ดูอะไร  จะเครียดไปหมด หากเราต้องการจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง มีความสุขกับตัวเราเองให้มากขึ้น และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

 

ถ้าอยากรู้จักการจัดการอารมณ์ให้ดีกว่าที่เคย YourNextU มีหลักสูตความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) และหลักสูตรระดับระดับโลกอื่น อีกมากมายให้เลือกเรียนกันได้อย่างไม่จำกัด  ทั้งในห้องเรียนและออนไลน์ ในราคาเพียง 12,000 บาทต่อปี ที่ http://yournextu.com/emotional-intelligence/ 

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก priorygroup.com และ skillsyouneed.com 

By Pariyakorn

แชร์เรื่องนี้ :