f

Lorem ipsum dolor sit amet consectetuer

You may like:

YourNextU

Reskill future-proof

Reskill ยังไง ให้ ‘future-proof’

Digital transformation เป็นคำที่เราได้ยินบ่อยๆ จนชิน และอาจรู้สึกว่าเราคุ้นเคยกับสิ่งในบริบทรอบตัวเรา แต่ digital transformation เป็นแค่ขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการที่ใหญ่กว่า 

‘4IR’ คืออะไร และทำไมถึงมีผลกับโลกธุรกิจในอนาคต และคนทำงานจนเราต้องลุกมา reskill ไม่ให้หุ่นยนต์ หรือ AI ที่ไหนมาแย่งงาน มาหาคำตอบกัน

 

4IR คืออะไร ต่างจาก Industrial Revolution ครั้งอื่นๆ อย่างไร

 

การปฏิวัติอุตสาหกรรม (IR: Industrial Revolution) แต่ละครั้ง เกิดขึ้นเมื่อมีเทคโนโลยี หรือสิ่งใหม่ๆ ที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อยกระดับการทำงานหรือความสามารถของมนุษย์ไปอีกขั้น ตั้งแต่ยุคที่เริ่มมีการเครื่องจักรเข้ามาใช้ในภาคอุตสาหกรรม การใช้ไฟฟ้า มาจนถึงการแพร่หลายของอินเตอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ในปลายศตวรรษที่ 19

 

เมื่อเทียบระยะเวลาก่อนเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมในแต่ละครั้ง การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือ 4IR นั้นสั้นกว่าช่วงอื่นมาก โดยใช้เวลาเพียง 50 ปีเท่านั้น ก่อนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด 

 

สิ่งที่เป็นไปไม่ได้และคาดไม่ถึงในยุคก่อนๆ แต่เป็นเรื่องธรรมดาในปัจจุบัน เช่น Gig Economy ซึ่งเป็นโมเดลการทำงานผ่านแพลตฟอร์มที่ให้นายจ้างไม่ต้องลงทุนจ้างพนักงานประจำ และคนทำงานมีสิทธิ์และมีอิสระในงานที่เลือกและเวลาที่ทำ

 

‘Future-proof’ ไปทำไม (ต้องเตรียมตัวอย่างไรใน Digital Disruption)

 

ถ้าการปฏิวัติในยุคอื่นๆ สังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกอุตสาหกรรมหรือโลกธุรกิจ ครั้งนี้ สัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดของ 4IR ก็คือ digital transformation ที่เราคุ้นเคยกันดีนั่นเอง

 

จากรายงาน Future of Jobs โดย The World Economic Forum 2019 ทักษะในการทำงานในโลกธุรกิจยุคใหม่จะเปลี่ยนไปจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิงภายในปี 2020 ในส่วนรายงานของประเทศไทย สัดส่วนคนทำงานที่ต้อง reskill มีมากถึง 51% โดยระยะเวลาที่ใช้ในการ reskill มีไล่เรียงกันไปตั้งแต่ไม่ถึงหนึ่งเดือน ไปจนถึงมากกว่าหนึ่งปี

 

จุดนี้เองคือเหตุผลที่ทำให้องค์กรใหญ่ๆ เกิดการตื่นตัวในการ reskill พนักงานในองค์กรเพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในไม่อีกกี่ปีข้างหน้านี้แล้ว

 

สกิลไหนที่ต้องพัฒนาให้พร้อมถ้าไม่อยากตกขบวน 4IR

 

ทักษะที่ต้องพัฒนาไว้ให้พร้อม เพื่อความมั่นคงในหน้าที่การงานในระยะยาว มีทั้งทักษะในกลุ่มโลกอนาคต เช่น เทคโนโลยีและการเขียนโปรแกรมก็จริง แต่ทักษะกลุ่มที่สำคัญไม่แพ้กัน คือกลุ่มที่ใช้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และความเข้าใจที่มนุษย์เท่านั้นจะทำได้ และไม่ถูกแทนที่ด้วย AI หรือ ระบบ automation 

 

ตัวอย่าง skill ที่ยังเป็นที่ต้องการในอีก 4 ปีข้างหน้า เช่น:

  1. Analytical thinking and innovation
  2. Creativity, originality and initiative
  3. Active learning and learning strategies
  4. Technology design and programming
  5. Complex problem-solving
  6. Leadership and social influence
  7. Critical thinking and analysis
  8. Systems analysis and evaluation
  9. Reasoning, problem-solving and ideation
  10. Emotional intelligence

หนึ่งในทักษะที่จำเป็นคือ Active learning หรือคนที่พร้อมเรียนรู้ ไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว จะเป็น survivor ในยุค 4.0 การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นตลอดช่วง 3-4 ปีนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้าเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ เราก็สามารถสร้างทักษะที่จะมี demand ในอนาคต เพื่อเตรียมตัวเองให้พร้อมทำงานต่อไปได้ โดยได้ผลกระทบน้อยที่สุดแม้ในวันที่โลกธุรกิจไม่มีอะไรเหมือนเดิม

 

นอกจากทักษะยุค 4.0 ที่จำเป็นต่อสายงานยุคใหม่ YourNextU ยังรวบรวมหลายทักษะ คอร์สอบรม และโปรแกรมระดับโลก เอาไว้ในคลังอาวุธเพื่อการ reskill โดยเฉพาะ ตั้งแต่ความเป็นผู้นำ ทักษะในการแก้ไขปัญหา ไปจนถึงความฉลาดทางอารมณ์ ที่ช่วยให้ก้าวสู่โลกอนาคตได้อย่างมั่นใจ หรือ “future-proof” นั่นเอง

 

 

ที่มา:

http://www3.weforum.org/docs/WEF_Future_of_Jobs_2018.pdf
http://www.tpso.moc.go.th/sites/default/files/tpso_journal_feb_61_issue_79.pdf