อยากเป็นหัวหน้าที่ดี ที่ลูกน้องรัก ต้องทำอย่างไร

การจะรู้ว่า เรากำลังเป็นหัวหน้าแบบไหนอยู่ ก็ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า “Self-awareness” เสียก่อน Self-awareness หมายถึง การตระหนัก หรือรู้จักตัวเอง รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่และเป็นอย่างไร รับรู้ความรู้สึก ประสบการณ์ ความสามารถ ความชอบและไม่ชอบ ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง Self-awareness จึงถือเป็น “ด่านแรก” และด่านสำคัญของการพัฒนาตัวเองให้เป็นหัวหน้าที่ดี อีกทั้งยังเป็นทักษะที่สำคัญในศตวรรษที่ 21 เพราะการรับรู้ และเข้าใจตัวเองมากพอ จะช่วยให้เราพัฒนาตัวเองได้อย่างถูกจุด ซึ่งจะช่วยให้สามารถเสริมจุดแข็ง และแก้ไขจุดอ่อนของตัวเองได้อย่างถูกต้อง

คุณอริญญา เถลิงศรี กรรมการผู้จัดการ SEAC ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า “วันนี้ Interpersonal Skill เกี่ยวกับภาพธุรกิจเปลี่ยนไปยัง ผู้นำต้องเก่งเรื่องคน โดยต้องใกล้ชิดกับพนักงานมากขึ้น ทั้งในและนอกองค์กร การดำเนินธุรกิจมากมาย เราต้องมี EQ ในการบริหารงานและเรื่องส่วนตัวให้ได้ ซึ่งเป็น Critical Skill ที่จำเป็นของผู้นำในศตวรรษที่ 21 เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง หากคุณมีแต่ความรู้เชิงเทคนิค หรือ IQ คุณจะไม่สามารถปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดความเครียด ไม่สามารถรักษาความสมดุลระหว่างอารมณ์กับสมองได้เลย”

ดังนั้น ถ้าอยากรู้ว่าเราเป็นคนมี Self-Awareness สูง หรือ ต่ำ ลองมาเช็ก 4 ข้อนี้กันดู ว่าคุณกำลังเป็นแบบนี้ไหม ?

  1. คุณโมโหบ่อยครั้ง และควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้
  2. เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น คุณจะรีบปกป้องตัวเองก่อน
  3. คุณไม่ไว้ใจใคร ชอบควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามสิ่งที่ตัวเองคิด และมีความมั่นใจสูง จนไม่ฟังใคร
  4. คุณชอบคิดไปเองว่าบางเรื่องไม่จำเป็นต้องอธิบาย และคนอื่นเข้าใจอยู่แล้ว (ทั้งๆ ที่คนอื่นไม่ได้เข้าใจกับคุณด้วย)

หากคุณกำลังเป็นแบบข้อใดข้อหนึ่งที่ว่ามานี้ก็แปลว่า Self-awareness หรือความสามารถในการรู้ตัวเองของคุณ อาจจะยังมีไม่มากพอ เพราะทุกข้อที่กล่าวมานั้น ล้วนเป็นพฤติกรรม ที่เกิดจากการที่เรารู้ไม่เท่าทันตัวเอง และเมื่อมีปัจจัยภายนอกมากระตุ้น พฤติกรรมที่ไม่ดีเหล่านี้ก็จะปรากฏออกมาได้ง่าย และถ้ายิ่งคุณเป็นหัวหน้า แล้วแสดงพฤติกรรมเหล่านี้กับทีมงาน คุณอาจจะกำลังเป็นหัวหน้า ที่ลูกทีมอยากเดินหนี หรือไม่กล้าเข้ามาปรึกษาก็เป็นได้ แล้วจะทำอย่างไร เพื่อฝึกให้มีความตระหนักรู้ ดีมากขึ้น ? ลองมาดู 4 เทคนิคนี้ จาก SEAC กัน

  1. จดบันทึก

เริ่มจดบันทึกความรู้สึก ความคิด หรือสิ่งที่ตัวเองได้ทำในแต่ละวัน เพื่อทบทวนและสังเกตว่าสิ่งที่เราทำบ่อยๆ มีอะไรบ้าง

การจดบันทึก จะช่วยให้เราเห็นสิ่งที่ตัวเองทำ และทำให้รู้จักตัวเองได้ผ่านการกระทำที่ถูกจดบันทึกไว้

  1. ฝึกการฟังอย่างลึกซึ้ง และรับฟังฟีดแบ็กจากคนรอบข้าง

การรับฟังความเห็นและขอฟีดแบ็กจากคนรอบข้าง จะช่วยให้เราได้รับรู้สิ่งที่ตัวเองเป็นได้ง่ายขึ้น

แต่ที่สำคัญก็คือ การฟังเรื่องเหล่านี้จะต้องฟังด้วยการเปิดใจ อย่าเพิ่งปฏิเสธข้อแนะนำ หรือเข้าข้างตัวเอง ตั้งแต่แรก

  1. หาเวลาวิเคราะห์ตัวเอง

ควรหาเวลาในแต่ละสัปดาห์หรือแต่ละเดือน ทำการวิเคราะห์ว่า ที่ผ่านมาเราทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง

หรือเป้าหมายที่เราวางไว้ เราทำได้ถึงไหนแล้ว การทำแบบนี้ จะช่วยให้เรามองเห็นว่า

อะไรบ้างที่กำลังเป็นปัญหา อะไรบ้างที่เราทำได้ดี และเราจะได้รู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้นผ่านเรื่องเหล่านั้น

  1. ทำแบบทดสอบหรือกิจกรรมเวิร์กชอป

การทำแบบทดสอบหรือทำเวิร์กชอป ถือเป็นอีกทางเลือกที่คนในยุคนี้กำลังให้ความสนใจ เพราะมักจะใช้เวลาไม่นาน และมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ ซึ่งทาง SEAC เอง ก็เป็นสถาบันที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องการสร้าง Self-awareness

ที่เป็นทักษะที่สำคัญอย่างมากสำหรับผู้นำในยุคนี้

สำหรับใครที่อยากรู้จักตัวเองได้ดีขึ้นสามารถเข้าร่วมค้นหาเพื่อรู้จักตัวเองผ่านหลักสูตรการเรียนระดับโลก พร้อมกับมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ เพราะการมี Self-awareness หรือความสามารถในการรู้จักตัวเองที่ดี คือจุดเริ่มต้นสำคัญในการพัฒนาตัวเอง และก็ไม่ใช่สำคัญเฉพาะกับคนที่เป็นหัวหน้าเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องสำคัญ และจำเป็น สำหรับทุกๆ คนด้วย

 224 ยอดชมทั้งหมด,  2 ยอดชมวันนี้

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin
Share on email

บทความอื่นๆ

“YourNextU School of Life” รีแบรนด์ครั้งใหญ่ จัดทัพผู้บริหารใหม่ เปิดตัวแคมเปญ “เพราะทุกเบื้องหลังความสำเร็จ คือทักษะการใช้ชีวิตที่ดี” ตั้งเป้าโต 10 เท่าใน 3 ปี เป็น “ศูนย์รวมวิชาชีวิต” ให้คนไทยเก่งในชีวิตจริง

ให้ลูกรู้จัก “เปิดโอกาสให้ตัวเอง” เรียนรู้ Growth Mindset สำคัญต่อชีวิตแค่ไหน?

บทความที่เกี่ยวข้อง

“YourNextU School of Life” รีแบรนด์ครั้งใหญ่ จัดทัพผู้บริหารใหม่ เปิดตัวแคมเปญ “เพราะทุกเบื้องหลังความสำเร็จ คือทักษะการใช้ชีวิตที่ดี” ตั้งเป้าโต 10 เท่าใน 3 ปี เป็น “ศูนย์รวมวิชาชีวิต” ให้คนไทยเก่งในชีวิตจริง