f

Lorem ipsum dolor sit amet consectetuer

You may like:

Future Skill – Podcaster Career

Future Skill – Podcaster Career

“podcast” เป็นสื่อข้อมูลเสียง อีกทางเลือกใหม่ของการใช้ชีวิตทุกวันนี้ นำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ ทั้งที่เป็นคอนเทนต์เฉพาะทาง และคอนเทนต์ทั่วไป ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต รูปแบบรายการจะเน้นความสนุกสนาน เป็นกันเอง เหมือนคอเดียวกัน มาจับกลุ่มคุยกัน

ในต่างประเทศ podcast เป็นความบันเทิงสามัญประจำบ้าน เพราะอยู่มานานกว่า 15 ปี ขณะที่ตลาด podcast เมืองไทย ยังเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ หลายคนไม่รู้ว่า podcast ทำหน้าที่อะไร? และต่างจากวิทยุออนไลน์ตรงไหน?

ด้วยกระแสตอบรับของคนฟัง podcast ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้อาชีพ podcaster เริ่มอยู่ในความสนใจของคนรุ่นใหม่ ที่อยากเข้าสู่อาชีพนี้ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง?

“YourNextU” ภายใต้การนำของสถาบันฝึกอบรม “SEAC” มีความตั้งใจจริง ที่จะนำเสนอมุมมองอันหลากหลายของบรรดาอาชีพอินเทรนด์ ที่กำลังมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนโลกเทคโนโลยีทุกวันนี้

ภายใต้ความเชื่ออย่างแรงกล้าว่า ไม่ว่าโลกจะเข้าสู่ยุคสมัยใด การไม่หยุดเรียนรู้ ถือเป็นทักษะสำคัญ ที่จะทำให้คนทำงานเอาตัวรอดได้เสมอในทุกสถานการณ์

สัปดาห์นี้เราได้รับเกียรติจาก “คุณบิ๊ก” ภูมิชาย บุญสินสุข ผู้อำนวยการฝ่าย podcast บริษัท เดอะสแตนดาร์ด จำกัด สำนักข่าวน้ำดี ที่มุ่งนำเสนอข่าวสารในแนวทางสร้างสรรค์ สร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมเชิงบวก

ต้องยอมรับว่า คุณบิ๊กเป็นเทพแห่ง podcaster ตัวจริง ที่รู้ลึก รู้รอบ และรู้จริงอย่างถึงแก่น ในงานที่เขาทำ เป็นคนทำงานที่ตกผลึกความคิด เข้าใจวิถีแห่งความเป็นไปของโลก และเล่าเรื่องออกมาได้แซ่บจริงๆ

เข้าสู่อาชีพยังไง?

คุณบิ๊กเป็นนักฟัง podcast มาก่อน จากที่เคยฟังโดยบังเอิญ ก็เริ่มสนใจจริงๆ จังๆ หาฟังไปเรื่อย จนกลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ในที่สุด ทุกวันนี้เขาติดฟังเพลง และติดเสพ podcast ใน spotify (ธุรกิจบริการสตรีมเพลงดิจิทัล พอดแคสต์ และวิดีโอ) อย่างถอนตัวไม่ขึ้น

“ผมเคยเป็นดีเจที่เอไทม์ มีเดีย คลื่น 88 no problem ทำมา 10 ปี ทำให้เราคุ้นเคยกับงานออดิโอ แล้วก็ย้ายมาเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ a book อีก 10 ปี ทำให้เราเข้าใจในงานคอนเทนต์ การทำงาน podcast เป็นการรวมเอาทักษะในงานดีเจและงานหนังสือเข้าด้วยกัน

พอดีช่วงนั้นผมเขียนหนังสือที่เกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ก่อนแล้ว ผมก็เลยมาคิดว่าจริงๆ ถ้าทำคอนเทนต์ที่เป็น podcast มันช่วยแก้ปัญหาได้หลายอย่าง เช่น แทนที่จะเขียนเป็นภาษาไทย เพื่ออธิบายว่าภาษาอังกฤษคำนี้ออกเสียงยังไง มันก็ทำได้ แต่ไม่เท่ากับเราพูดให้เขาฟังไปเลย ก็เลยคิดว่า podcast น่าจะเหมาะกับคอนเทนต์ที่เราชอบทำอยู่ ก็เลยคิดเล่นๆ ว่า ไหนลองศึกษาดูสิ podcast ทำยังไง ก็เริ่มต้นจากตรงนั้น บวกกับเราลองไปค้นหาในยูทูป ก็มีคนสอนทำ podcast เยอะแยะเลยครบชุด มีสอนวิธีการตัดต่อทำอย่างไร มีเทคนิคการนำเสนอยังไง ก็ค่อยๆ เรียนรู้ด้วยตัวเองมาเรื่อยๆ”

ในต่างประเทศตลาด podcast มันใหญ่มาก ใหญ่พอๆ กับยูทูป หาอะไรเป็นต้องเจอ แต่ไม่ฮิตติดลมบนเท่ากับยูทูปในตลาดโลก เขาบอกว่า ถ้าเราสงสัยเรื่องอะไรแล้วใช้คำค้นในอินเทอร์เน็ต ประมาณ 95% เราจะเจอคำตอบจากคอนเทนต์ที่อยู่ในรูปของเสียง ตอนนั้นเขายังไม่มีไอเดียที่จะสร้าง podcast ในเชิงธุรกิจ แค่เรียนรู้เล่นๆ หัดลองทำขำๆ

และแล้วก็ถึงจุดเปลี่ยนของอาชีพ เมื่อสำนักข่าว The Momentum ที่คุณบิ๊กเคยทำงานด้วยช่วงแรก ก่อนที่ย้ายมาสังกัด THE STANDARD มีแนวคิดอยากขยายตลาดสิ่งพิมพ์มาสู่แพลทฟอร์มออนไลน์ จากที่เคยมีหัวหนังสือ a day, a book และ hamburger, The Momentum อยากเปิดตลาดดิจิทัลเต็มตัว และสื่อใหม่อย่าง podcast ก็เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด และคุณบิ๊กก็เป็นมืออาชีพที่เข้าตากรรมการมากที่สุด

K_Big8

“ตอนนั้นราว 3-4 ปีก่อนหน้า podcast ยังไม่แพร่หลายในตลาดเมืองไทย ยังไม่มีการพูดถึงกันในโซเชียล ค้นหา podcast แบบไทยๆ ก็ยังไม่เจอหน้าตา   มีบ้างที่ทำกันแบบมือสมัครเล่น เช่น ช่างคุย ที่เน้นเนื้อหาหลากหลายสัพเพเหระ ทำมา 10 ปีแล้วนะ แต่ไม่แน่ใจว่าเรียกตัวเองว่าเป็น podcast หรือเปล่า หลังจากนั้นก็เริ่มมีรายใหม่เข้ามาเติมในตลาดมากขึ้น อย่าง witcast, get talk ซึ่งเป็นลักษณะของการเขียนบล็อกโดยที่ไม่ตั้งใจจะทำเป็นบล็อกธุรกิจ แต่เป็นกึ่งๆ ไดอารี่แทน”

เขาเปรียบเทียบว่า การฟังรายการวิทยุเหมือนกับเราซื้อนิตยสาร ที่เราอ่านข้ามบางคอลัมน์ หรือรีบเปิดผ่านไปเลยสำหรับคอลัมน์ที่เราไม่ใส่ใจ แต่อารมณ์ของการฟัง podcast จะให้ความรู้สึกประมาณว่า เรากำลังฟังพี่ฉอดกับพี่อ้อย เมาธ์มอยกันอยู่ในคลับ ฟรายด์ เดย์ ไม่เงี่ยหูฟัง ไม่ได้แล้ว

รายการ podcast มีความหลากหลายในตัวเอง บางรายการเปิดทิ้งไว้เป็นเพื่อนยามว่างได้ แต่บางรายการต้องตั้งใจฟังเป็นพิเศษ เป็นสื่อสมัยใหม่ที่เหมาะกับการทำกิจกรรมแนว auto pilot เช่น วิ่งออกกำลังกาย ขับรถ เล่นเกมไป ฟัง podcast ไป แต่จะตีกันอยู่สักหน่อย ถ้าต้องอ่านหนังสือไปแล้วฟัง podcast ไป ถือเป็นสื่อบันเทิงที่ฟังกันได้ทุกเพศทุกวัย หรือฟังพร้อมกันทั้งครอบครัว

คุณบิ๊กมีรายการ podcast เป็นของตัวเองครั้งแรก จากการทำงานที่ The Momentum คือ รายการภาษาอังกฤษที่เขาสุดเลิฟ ชื่อว่ารายการ what do you say? ที่สปีคอังกฤษกันไฟแลบจากผู้ดำเนินรายการทั้ง 3 คน ผลปรากฏว่ามีคนฟังหลักหมื่น จากที่คาดการณ์ไว้ว่าน่าจะไม่เกินหลักร้อยหลักพันคน ทำให้เขาได้ข้อคิดว่า เราอยู่ในสังคมที่เราจะดูถูกคนฟังไม่ได้อีกแล้ว คนยุคนี้คุ้นเคยกับเทคโนโลยี บางทีมันไม่ได้ยากขนาดนั้นที่จะเสพคอนเทนต์ผ่านเทคโนโลยี ต่อให้เป็นของใหม่ก็ตาม

KND

ทำยังไงให้ podcast มันเวิร์ก

หลังย้ายจากบริษัทสื่อ The Momentum มาเข้าบ้าน THE STANDARD โมเดลธุรกิจ podcast ก็เริ่มเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น แนวคิดหลายอย่างถูกทำขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เป็น business unit ที่เลี้ยงตัวเองได้

“สิ่งที่เราทำรายการที่อยู่บริษัทเดิม ถือเป็นสินทรัพย์เดิม แต่พอมาที่ใหม่ ก็ต้องเริ่มใหม่หมด เราต้องสร้างลายเซ็นใหม่ขึ้นมา มันคือการทำงานเป็นแบรนด์ที่ชัดเจนขึ้นไปอีก แต่เราก็ไม่ได้หนีตัวเองอย่างสิ้นเชิง อย่างเช่น ที่เดิมเราเคยมีรายการ the money coach พอย้ายค่ายมา พี่หนุ่ม the money coach ขอไปต่อกับเราด้วย ก็มาออกแบบรายการ the money case by the money coach เข้ามาแทน โฟกัสการลงทุนมากขึ้น ด้วยการเล่าจากหลากหลายกรณีศึกษา

หรืออย่างรายการภาษาอังกฤษของชอบของผม ก็เปลี่ยนใหม่หมดเลย เปลี่ยนชื่อรายการ เน้นโฟกัสมากขึ้น หากลุ่มเป้าหมายให้ชัด เพราะว่าพอเราทำมาสักพัก เราก็รู้แล้วว่า อะไรเวิร์กอะไรไม่เวิร์ก เรามาปรับเปลี่ยนให้มันดีขึ้น แล้วก็คิดรูปแบบรายการใหม่ๆ ขึ้นมา”

thestd_gp-01-01

podcast ในยุคสมัยของ THE STANDARD กล่าวได้ว่าเป็นยุคเฟื่องฟูของคอนเทนต์ podcast อย่างแท้จริง เพราะคุณบิ๊กจัดเต็มรายการ podcast 5 วัน 5 รายการ 5 รสชาติ โดยมีเป้าหมายหลักคือ อยากให้คนฟังได้อยู่กับ podcast ตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ อยากให้คนโหลดฟังรายการตั้งแต่เช้าก่อนออกจากบ้าน ระหว่างขับรถ หรืออยู่บนรถไฟฟ้า ก็ฟังรายการของ THE STANDARD ได้ หรือโหลดเก็บไว้ไปฟังตอนเย็นที่ฟิตเนส

          “เราพยายามมองภาพใหญ่ก่อนเลยว่า คนจะฟัง podcast ตอนไหนได้บ้าง แล้วออกแบบรายการให้โดนใจคนฟัง กลยุทธ์ช่วงแรกของเราไม่มีอะไรมาก อยากลองรายการอะไรก่อน ก็ลุยไป เพราะเราไม่รู้หรอกว่า ใช่หรือไม่ใช่ แต่เราลองกลยุทธ์โยนหินถามทางไปก่อน เรานั่งคิดว่าสิ่งที่คนสนใจอยากฟังคืออะไรบ้าง ลองทำ และก็ลองโยนออกไป”

ถ้ารายการไหนไม่ปัง ก็ต้องมาคิดเป็นการบ้านต่อว่า ไม่เวิร์กเพราะอะไร เพราะคนฟังไม่อยากได้เรื่องนี้หรือเปล่า ก็ต้องลองขยับใหม่ ปรับเปลี่ยนรายการกันใหม่

“มีหลายรายการที่ช่วงแรกส่อแววว่าจะดีนะ แต่ผลตอบรับของมันน้อยกว่ารายการที่เหลือ ไม่ใช่แปลว่ารายการที่ถูกถอดออกไปมันไม่ดี แต่เหตุผลคือว่า รายการอื่นมันแรงกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน นี่เป็นอีกเหตุผลว่าทำไมเราถึงออกแบบรายการให้เป็นซีซันส์ละ 4 เดือน 16 ตอน เพื่อให้ง่ายตอนปรับเปลี่ยน แล้วมาดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราต้องให้เวลาแต่ละรายการทำงาน ให้เขาได้ลองหาคนฟังของเขาก่อน แล้วค่อยปรับเปลี่ยนกันไป เท่าที่ผ่านมามีหลายรายการที่พอจบซีซันส์ปุ๊ป ก็หยุดพักก่อน เพราะยังไม่โดน พักไว้ สักวันหนึ่ง อาจจะกลับมาก็ได้ แต่ว่าเรายังมีอีกหลายรายการในสต็อกเป็นสิบๆ เรื่อง ที่อยู่ระหว่างการทดลองตลาด”

tstdpod

การเช็คเรตติ้ง podcast THE STANDARD ว่าอันไหนได้พัก อันไหนได้ไปต่อ เขาบอกว่าใช้ “ทวิตเตอร์” เป็นตัววัดผลหลัก จากการวิเคราะห์ว่าน่าจะตรงกับคนฟัง podcast มากที่สุด

          “อันนี้เราคิดของเราเอง เพราะคนเราจำกัด ถ้าเลือกได้ เราก็อยากมีทุกแพลทฟอร์ม แต่ว่าไม่ไหว การบริหารเพจเป็นเรื่องยาก เป็นงานละเอียด ถ้าทำไม่ดีจะกลายเป็นเพจร้างไป เราไม่อยากให้เป็นแบบนั้น แต่ทวิตเตอร์มันพอไหว มันตอบโจทย์เรามากกว่า เพราะถ้าคนฟังชอบเรา เขาจะรีทวิตต่อ มันอาจไม่เวิร์กสำหรับรายการอื่นก็ได้นะ แต่ว่ามันเวิร์กสำหรับเรา”

          ปี 2561 ที่ผ่านมา THE STANDARD มีรายได้จากธุรกิจ podcast 10% ของรายได้รวมทั้งบริษัท มาปี 2562 นี้ บริษัทตั้งเป้าการเติบโตว่าน่าจะอยู่ในราวๆ 30% และเติบโตสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ในทุกปี

THE STANDARD ถือว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักของ podcast ที่ทำให้ตลาดกระเพื่อมขึ้น จากการอ่านเกมขาดว่า podcast จะกลายเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับคนฟังรุ่นใหม่ยุคนี้ได้อย่างไร ภายใต้การนำเสนอแนวคิดที่ใหม่สดว่า podcast มีแง่มุมที่ดีในการทำหน้าที่เป็นสื่อที่เปิดหู เปิดตา เปิดใจ และเปิดโลก ให้กับคนฟัง (eye-opening for your ears) ภายใต้น้ำเสียงและท่วงทำนองการเล่าเรื่องที่ชวน “ว๊าว” กับรายการท็อปฮิตติดลมบน อย่าง the money case by the money coach หรือรายการจิตวิทยาใกล้ตัว อย่าง R U OK?

podcast อนาคตสื่อกระแสหลัก

เขาบอกว่า podcast มีสิทธิ์ up level ตัวเอง ขึ้นไปเป็นสื่อกระแสหลักของสังคมไทย เหมือนคำถามที่ว่า ชานมไข่มุกจะไปได้ไกลอีกแค่ไหน? หรือเราจะรู้สึกแบบนี้บ่อยมากเลยว่า หมาล่ามันจะอยู่อีกนาน (ไหมวะ)? หรือหมูกระทะจะอยู่ได้อีกเท่าไหร่? แล้วแกร๊บล่ะจะวิ่งกันไปยาวๆ ไม่ถูกดักรุมตีหัวก่อนใช่ไม๊?

“มันเป็นสิ่งที่เราไม่รู้หรอกว่า podcast จะไปได้แค่ไหน ถามว่ามันมีแนวโน้มไม๊? มันมีแนวโน้ม ทุกอย่างอยู่ที่คนหมดเลย สิ่งที่เราควรรู้จักให้มากที่สุดคือคนฟังของเรา ถ้าอยากให้ podcast เป็นกระแสหลักมันขึ้นอยู่กับว่า ทุกคนในวงการเอาจริงกับมันแค่ไหน? ถ้าทำรายการแล้วตอบโจทย์ คนฟังฟังแล้วรู้สึกว่า เออ! ใช่ว่ะ ถ้าคนฟังรู้สึกแบบนี้ขึ้นเรื่อยๆ มันก็จะเกิดวงกระเพื่อมออกไปเรื่อยๆ แล้วเดี๋ยวมันจะตอบคำถามได้เองโดยธรรมชาติว่า มันจะกลายเป็นสื่อหลักได้ไหม เราควรมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นมาตรฐานใหม่ของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น อาจปังก็ได้ อาจแป๊กก็ได้ อย่าไปยึดมั่นถือมั่นว่า สิ่งที่เราคิดมันต้องอยู่ตลอดไป”

          เขาไม่รู้อนาคตของ podcast จะเป็นยังไงต่อ? แต่ในฐานะคนทำงาน สิ่งหนึ่งที่เขารู้แก่ใจเสมอทุกเมื่อเชื่อวันก็คือ การหาสูตรสำเร็จของการทำงานที่ตอบโจทย์คนฟังและลูกค้า สองปีของการลองผิดลองถูกในงานที่ทำ เขาค้นพบว่าคอนเทนต์ที่โดนใจคนฟังมากที่สุดคือ การสร้างสรรค์รายการในแนวของการพัฒนาศักยภาพของตัวเอง (self-improvement)

“อย่างรายการจิตวิทยา R U OK? ทำให้คนเข้าใจตัวเองมากขึ้น เป็นจิตวิทยาพื้นๆ ในแบบที่คนเอาไปใช้ได้จริง ทำให้คนเก็ตตัวเองมากขึ้น หาวิธีมีความสุขกับตัวเองมากขึ้น รู้ว่าสิ่งที่เขาเป็นอยู่ เป็นแค่นิสัยเสียธรรมดาหรือว่าต้องหาหมอแล้ว เศร้าขนาดนี้อ่ะ! กูเป็นโรคขี้เศร้า หรือเป็นโรคซึมเศร้ากันฟระ นี่คือคำถามที่คนมีตลอดเวลา แล้วเขาไม่รู้จะถามใคร ถ้าพูดออกไป เดี๋ยวหาว่าบ้า รายการนี้ตอบคำถามให้ว่า มาเช็คลิสต์กันเถอะ ถ้าคุณเป็นประมาณนี้ คนอื่นเขาก็เป็น ไม่ต้องกังวล แต่ถ้าคุณ go so big เป็นมากขนาดนี้ หาเวลาไปพบผู้เชี่ยวชาญเถอะ ไม่ปกติแล้ว”

คุณบิ๊กบอกว่า สิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากการทำงานคือ ทำอย่างไรถึงจะคิดถึงคนฟังและลูกค้าให้มากๆ หาให้เจอว่าคนฟังและลูกค้าเขาอยากได้อะไรจริงๆ การเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า เป็นสิ่งที่เราได้ยินบ่อยมาก แต่น้อยคนจะเก็ตว่ามันคืออะไร? หน้าที่ของคนทำ podcast คือทำเนื้อหาเสิร์ฟคนฟังก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ใช่มานั่งคิดว่า เราอยากพูดอะไร เราอยากเล่าอะไร แต่ให้เข้าใจคนฟังว่า เขาควรได้ยินอะไร เพื่อให้เขาได้อะไรกลับไป จากการเสียเวลามานั่งฟัง podcast ของเรา

“เห็นชัดเลยว่าคนฟังของ THE STANDARD อยากพัฒนาตัวเอง เพราะฉะนั้นเราโฟกัสไปเลย แต่ไม่ได้แปลว่าอย่างอื่น เราจะไม่ลองทำนะ เราก็อาจจะมีการผสมผสานหลายอย่าง คนเราไม่ได้เสพ podcast ตลอดเวลา เราต้องหาอะไรที่ตรงใจเขา หมั่นเรียนรู้และทดลองทำไป”

มาถึงบรรทัดนี้แล้ว ยังมีใครสนใจกระโจนเข้ามาทำงานในแวดวง podcast อีกไหม เขามีคำแนะนำดีๆ แบบไม่มีเม้มว่า อาชีพนี้ถ้าทำประจำ ค่าตอบแทนยังน้อยอยู่ เพราะธุรกิจนี้ในเมืองไทยเพิ่งเริ่มได้ไม่นานเพียง 2-3 ปี ดีที่สุดคือ แค่ลองๆ ดู ยังไม่ต้องยึดเป็นอาชีพ เพราะมันอาจไม่เหมาะกับคุณก็ได้ ทำงานประจำที่คุณมีอยู่แล้วไป แล้วพอมีเวลาว่าง ค่อยมาศึกษา podcast อย่างจริงจังว่า ยังใช่ที่ตามหาอยู่หรือเปล่า

ขณะเดียวกัน การเบนเข็มเข้าสู่อาชีพ podcaster ถ้าพูดให้ตรงคือ ยังไม่ต้องเบนเข็มไปไหนก็ได้นะ และแทนที่จะเบนเข็ม ก็สร้างหลายๆ เข็มให้ตัวเอง ถ้าหากเรายังไม่รู้ว่าจะเลือกทางเดินไหนในชีวิต ตอนนี้เราโชคดีอยู่ในยุคที่ไม่จำเป็นจะต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งเต็มเวลา

มีอาชีพใหม่แกะกล่องอันหนึ่ง ชื่อว่า portfolio career” คืออาชีพที่เกิดจากการประกอบพอร์ทของหลายๆ อาชีพเข้าด้วยกัน เป็นอาชีพที่เราไม่ต้องมีงานประจำทำ มันอาจจะเป็นงานพาร์ทไทม์ 2-3 งานรวมร่างเข้าด้วยกัน แบบไม่ได้เงินเดือนบ้าง ได้เงินเดือนบ้าง เต็มเวลาบ้าง ไม่เต็มเวลาบ้าง แล้วทั้งหมดประกอบกันเป็นหนึ่งอาชีพของเราก็ได้ ที่สำคัญอาชีพนี้ไม่ใช่ “general bae” เพราะเขาอาจจะเป็นท็อปในทุกสิ่งที่ทำ  เช่น ทำกราฟฟิกเก่ง วาดการ์ตูนเก่งแต่ไม่อยากทำงานที่ไหนเต็มเวลา คนกลุ่มนี้จะมองว่าทำงานอิสระ มีโอกาสหางาน หาเงิน และมีความมั่นคงมากกว่างานประจำที่จะถูกไล่ออกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

          ถ้าได้เจอตัวจริงจะรู้ว่าคุณบิ๊กพูดเก่ง น้ำไหลไฟดับแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีโอกาสเจอ ไม่เป็นไร ลองไปค้นหา “คำนี้ดี podcast” ที่เขาจัดรายการดู แล้วคุณจะหลงรัก podcaster คนนี้ และก็เก่งภาษาอังกฤษขึ้นโดยไม่รู้ตัว

มุมมอง “การเรียนรู้ตลอดชีวิต”

“ผมไม่เคยคิดเลยว่า ผมสนใจเศรษฐศาสตร์ จนมาเจอ podcast เศรษฐศาสตร์ ทำให้ผมเปลี่ยนความคิด รายการฝึกภาษาอังกฤษ ‘คำนี้ดี’ ของผมก็เหมือนกัน มีคนเยอะมากที่มาบอกว่า “ไม่เคยสนใจภาษาอังกฤษเลยพี่ ไม่เคยติดตามใครเลย แต่ผมฟังรายการพี่ เพราะผมรู้สึกมันถูกจริตผม”

ถามว่าผม ‘บิ๊กบุญ ภูมิชาย’ ดีกว่าคนอื่นไหม? หรือผมแย่กว่าคนอื่นไหม? ไม่เลย แค่บอกว่า ผมเป็นอีก podcaster ที่เป็นทางเลือกเท่านั้นเอง ทำให้คนๆ หนึ่งที่ไม่เคยคิดว่า จะสนใจสิ่งนี้ หันกลับมาสนใจ เพราะ podcast เป็นสื่ออีกแพลทฟอร์ม ที่ต่างวิธีคิดจากสื่ออื่นออกไป เขาอาจจะเป็นคนที่ไม่รักการอ่านเลย แต่ถามว่า เขาผิดเหรอวะ?

ผมเจอคำถามบ่อยมากว่า ช่วยพูดให้ทุกคนรักการอ่านหน่อย มันจำเป็นจะต้องให้คนรักการอ่าน มันจริงอ่ะ? ผมไม่ชอบความรู้สึกนี้ ถ้าคุณไม่รักการอ่าน คุณไม่มีอนาคต ถ้าคุณไม่ชอบภาษาอังกฤษคือคุณแย่ ไม่จริงเลย ผมรู้จักคนที่ภาษาอังกฤษแย่ แต่เขามีอย่างอื่นไง เขาค้าขายเก่ง เขาเก่งเลข หรือเก่งอะไรก็ได้ ถึงตอบโจทย์ว่า เออ! ไม่ต้องอ่านก็ได้นะ แต่ถ้าสนใจฟัง ลอง podcast ดูนะ เป็นอีกทางเลือกของการเรียนรู้ตลอดชีวิตเลย”

YourNextU